"เด็กน้อยชาวเล เกาะสิเหร่"

Image Hosted by ImageShack.us

Wista DX + 210 mm + TMX + Agfa MGRC + Lith (Death Lith)

..หนึ่งในชุมชนโบราณที่รอนแรมมาพำนักอาศัยอยู่

ที่เกาะภูเก็ตแห่งนี้มากี่ร้อยกี่พันปีไม่ทราบได้ ตามข้อมูลสนับสนุนของเอกสารหลายฉบับพบว่าเขาคือผู้มา

ก่อนตัวจริงเสียงจริงก่อนชาวจีนโพ้นทะเลจะมาอาศัยเสียอีก ก่อนหลายชนชาติจะก่อสงครามแย่งชิง

อ้างกรรมสิทธิ์เหนือดินแดน โดยไม่มีสัมมาคาราวะแก่เจ้าของดั้งเดิมเหล่านี้

เด็กๆลูกหลานชาวเลกลุ่มนี้เล่นเสริมสวยประหนึ่งจะมีการแสดงละครหรือเดินแบบแฟชั่น

พวกเขาใช้ดอกมะพร้าวมาแซมเสียบผม เขาใช้อะไรไม่อาจทราบได้หลากสีมาขีดเขียนป้ายหน้าป้าย

ตาอย่างครื้นเครง ผมเสนอตัวเด็กกลุ่มนี้เพื่อจะขอถ่ายรูปนางแบบแสนสวย ความกลัว ความอาย ความขวยเขิน

และอีกหลากอารมณ์ผสมปนเปจนยากที่จะอ่านจากสีหน้าได้ว่าคิดต่อผมแบบใด เคราะห์ยังดีที่ผมมี

ลูกสาวที่อยู่ในวัยไม่ห่างจากเด็กกลุ่มนี้นัก และด้วยเหตุนี้ผมจึงได้ภาพเด็กกลุ่มนี้มา ผมเป็นหนี้ลูกสาว

ของผมอีกครั้งหนึ่ง

ผมไม่อาจทราบได้ว่าเด็กกลุ่มนี้ในวันข้างหน้าจะอยู่ในอนาคตรูปแบบใด ผู้คนมาทัศนาวิถีชีวิตของเขา

แต่หาคนชื่นชมด้วยใจไม่ได้

ทะเลเล่า...จะเที่ยวอพยพเหมือนในอดีตจากเกาะสู่เกาะเยี่ยงบรรพชน

นั้นก็ไม่ได้อีก ..มีแต่ผู้อ้างสิทธิแห่งดินแดนไว้ทั่วไป .......อาศัยอยู่ในที่ๆเขาจัดให้อยู่ นี้คือสิ่งที่

เราปฏิบัติแก่ผู้มาก่อนของเรา

"ไทรโบาณ แห่งวัดใหม่เจริญธรรม"

Image Hosted by ImageShack.us
Wista DX + 100 mm + TMX 4x5 + Agfa MGFB

"หมอผี นครพนม"


Rolleiflex 3.5F + Tri-x + Agfa MGFB

"Behind the Apartment"


Rolleiflex 3.5F + Tri-X + Agafa MGRC

"แม่นำ้และขุนเขา,พังงา"


Wista DX + 210 mm + 69 adaptor Tri-X + Agfa MGFB + Lith (Death lith)




Straight print version.

"ขุนเขา..สายนำ้และชีวิตที่งดงาม , พังงา"


"Wista DX + 210 mm + 69 adaptor Tri-X + Agfa MGFB + Lith(Death Lith)


..."เกิดมาทำไม"..และ.."อยู่เพื่ออะไร".. ตั้งแต่เพลโตร้องอุแว๊อ้อนนมแม่จนตอนนี้ตายไปอยู่เป็น

ตำราให้อ่านกันแล้วตั้งหลายพันปี ก็ยังไม่เคยหยุดถาม..

ผมได้รับรู้การจากไปของ"ปู่เย็น"เมื่อเช้านี้พร้อมๆกับการรายงานข่าวการเมืองของหลายๆสำนักถึง

เหตุการณ์ต่างๆกว้างๆตั้งแต่ข่าวการวางแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจของอเมริกาการ..แจ้งข่าวถึงแนวทาง

ป้องกันผลกระทบเศรษฐกิจของยุโรปและจีนหลังเศรษฐกิจของอเมริกาล่ม....ไปจนถึงข่าวบทสัมภาษณ์

ของทั้งนายกสมชายและผบ.ตร....ผมนึกถึงภาพนี้ทันที!!!

......ภาพนี้ผมบันทึกขณะเดินทางกลับจากทริปสมุยเมื่อปีที่แล้วกับครอบครัว ขณะที่กำลังกินข้าวที่ร้าน

อาหารริมทางขากลับแถวพังงา..

......ตอนนั้นเป็นช่วงเวลาตะวันกำลังชิงพลบ ผมสังเกตุเห็นเรือหางยาวลำหนึ่งลักษณะเป็นเรือหา

ปลาแบบชาวบ้าน(ทอดแห,วางตะคัด)กำลังแล่นลัดเลาะตามริมป่าโกงกางและมาจอดสนิทอยู่ริมนำ้

....ผมรู้ได้ทันทีว่าเขากลับบ้าน จากเวลาเย็นที่โพล้เพล้ขณะนั้น ผมเซ็ตกล้องเสร็จแล้ว รอแค่เขา

ออกมาอีกทีและเจ้าเรือลำนั้นก็ออกมาซักเสื้อผ้าพร้อมทั้งอาบนำ้ในสายนำ้ริมป่าโกงกางในบรรยากาศ

ที่สุดแสนโรแมนติกและลี้ลับอยู่ในที......ผมรู้สึกอยากร้องไห้ , อิจฉา , อิ่มเอิบ และประทับใจ

อย่างบอกไม่ถูก......ขุนเขา....สายนำ้.....และชีวิตที่งดงาม

.....อะไรที่ทำให้คนเราละโมภและพยายามไขว่คว้า,ดิ้นรน,แข่งขัน,ฆ่าฟัน,.....ทั้งๆที่สุดท้ายล้วน

แล้วต้องกลับคืนสู่ธุลีดิน

....... ลาโลกไปแล้ว ชายผู้ยิ่งใหญ่และทรนงในวิถีสมถะพอเพียง ดำรงอยู่และจากไปอย่างไม่

เบียดเบียน แต่เต็มไปความสง่างามแห่งปรัชญาว่าด้วยความเป็นมนุษย์ที่ทำหน้าที่ครบถ้วนสมบูรณ์....

อย่างหน้าศรัทธาและน่ารัก.......ในโลกที่ร้อนขึ้นทุกวันและเหม็นขึ้นทุกที..

....ขอมอบภาพนี้แด่"ปู่เย็น"ผู้เฒ่าสี่แผ่นดิน..ขอปู่จงสู่สุขติ...

"ท่าเรือบางรัก ๒๕๕๐"


Rolleiflex 3.5F + Tri-x + Agfa MGFB

ผมเดินทางมาท่าเรือบางรัก เกาะสมุยทุกปี เพื่อหนีฝนภูเก็ตมาถ่ายงานที่เกาะสมุยแห่งนี้

เนื่องจากลักษณะลมมรสุมของที่นี่จะสลับกันกับภูเก็ต ท่าเรือแห่งนี้เป็นท่าเรือใหม่ที่เพิ่งสร้าง

ผมเดินทางมาเมื่อปี ๒๕๕๐ นั้นยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่ก็เปิดให้บริการแล้ว(คงเพื่อเอาทุนคืนสักหน่อยหนึ่งก่อน)

ท่าเรือแห่งนี้เปิดให้บริการนักท่องเที่ยวและผู้โดยสารที่อยากจะกลับกรุงเทพฯทางเรือ(จากสมุย)ตลอดจนเส้นทางผ่านเช่น ชุมพร ฯลฯ

"ร้านตัดผมที่ท้ายเหมือง"


Wista DX + 90 mm + 69 adaptor Tri-x + Agfa MGFB

"Practise Print"


Woodman 45 + 150 mm + Orange filter + TMX 4x5 + Oreintal VG

ผมหัดถ่ายรูปใหม่ๆ ตอนนั้นผมถูกภาพขาวดำมอมเมาเอาตอนไหนผมก็ไม่ทราบ แต่ผมใช้เวลาว่างหลังเรียนและระหว่างเรียนไปกับการแอบอยู่ในร้านหนังสือต่างประเทศในห้างเซ็ลทรัล เป็นครั้งละหลายๆชั่วโมง (ไม่มีเงินซื้อ) รู้มาว่า(สมัยนั้น)ถ้าไม่ได้อ่าน
The Negative และ The Print ที่เขียนโดย Ansel Adams แล้วล่ะก็อย่าหวังเอาดีทางการทำงานขาวดำ
เรื่องคือวันหนึ่งผม(FM2N)ถ่ายภาพซิตี้สเคปตอนกลางคืนที่ถนนสีลม ทุกอย่างดูจะผ่านไปอีกหนึ่งคืน และคงจะเปลี่ยนผมวันนี้ไปอีกอย่างหนึ่งด้วย ถ้าบังเอิญฝนดันไม่ตกลงมาอย่างหนัก ผมหนีหลบฝนเข้าไปในบาร์เหล้าของฝรั่งในระแวกนั้น ด้วยความที่ติดเหล้างอมแงม(ในตอนนั้น)ขอเพียงให้มีเหตุผลเพียงนิดๆหน่อยๆก็พอ ฉนั้นการที่ฝนตกลงมาอย่างหนักอย่างนี้มันจึงมีความสมเหตุและสมผลด้วยประการทั้งปวงที่จะเมาอย่างหนัก(มาก) ผมดื่มไปแยะและออกมาจากบาร์แห่งนั้นตอนฝนหยุดตกด้วยความเมาแบบเต็มกระบาล มองอะไรๆก็สวยไปหมดและน่าถ่ายรูปไปหมด ผมจึงจัดแจงตั้งกล้องตัวเก่งบนสามขา จัดองค์ประกอบ วัดแสง ลั่นชัตเตอร์
และ..........อ้วกแตก ใช่ครับผมร่วงอยู่ใต้ขาตั้งกล้องนั่นแหละ มารู้สึกตัวก็ตอนที่มีฝรั่งชาวเยอรมันอายุคราวคุณลุงมายืนดูผม เขาสะพายกล้อง(Nikon F4)จำได้แม่นมาก แล้วแกก็มาช่วยพยุงผม เขาถามว่าทำไมถ่ายรูปตอนเมาขนาดนี้ผมคุยกับเขาตั้งนานตามประสาคนเมาจนจบด้วยการชวนกันไปถ่ายรูปในวันรุ่งขึ้นผมกับลุงฝรั่งแก่ๆคนนั้นพร้อมเพื่อนๆเราใช้เวลา2-3วันในการไปถ่ายรูปที่นั่นที่นี่จนวันสุดท้ายเขาถามผมว่าผมสนใจการถ่ายภาพแนวไหนเป็นพิเศษ ผมตอบแบบไม่ลังเลว่า ต้องภาพขาวดำสิ แล้วต้องแบบงามๆอย่างAnsel ด้วย แกก็ยิ้มๆและก็ไม่ถือสาความเพี้ยนของผม เราแลกที่อยู่ตอนก่อนที่จะลากัน(แต่ผมทำของเขาหาย.....เวรของตัวจริงๆ)
......หลังจากนั้นราวๆสองถึงสามอาทิตย์ผมได้รับพัสดุไปรษณีย์ทางไกลจากมิตรต่างวัยชาวเยอรมันคนนี้พร้อมของฝาก 2-3ชิ้นประกอบไปด้วย เครื่องวัดแสงเฉพาะจุด1ํแบบเข็มของPentax หนังสือ The Negative ของลุงAdams และภาพถ่ายชุดหนึ่งที่พวกเราได้ใช้เวลาถ่ายรูปด้วยกันผมฝึกและเรียนจากของฝากชุดนั้นของลุง Derk Neilsen และภาพนี้เป็นภาพชุดแรกๆของผมกับ
Woodman.....ผมไม่ได้ข่าวจากลุงแกอีกหลังจากพัสดุไปรษณีย์ชุดนั้น

"Untitle No. 1"

"ใช้เวลาอยู่กับตนเอง"


Woodman 45 + 150 mm + Orange filter + TMX + Agfa MG

"ภาพสุดท้ายของเบน"


Woodman 45 + 150 mm + 69 Adapter TMX + Oriental FB (Lith print)

ในช่วงพ.ศ.๒๕๔๕

" พี่กับน้อง "


Woodman4x5 + 75 mm + 69 back + TMX + Agfa MG

"ชุมชนสามช่อง , พังงา"



Rolleiflex 3.5F + Tri-X + Agfa MG

ชุมชนชาวประมง ที่อาศัยและฝากชีวิตของเขาไว้กับความสมบูรณ์ของธรรมชาติ น่าสนใจที่เขานำเอาไม้โกงกางจากป่าโกงกางที่มีอยู่ทั่วบริเวณมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่ตัวบ้าน , รั้วทางเดิน , บันได , ของใช้ , ราวตากผ้า ไปจนสิ้นรูปแบบความเป็นไม้กันไปเลยอย่างเผาถ่านทำฟืน ตอนที่ถ่ายภาพเกือบคำ่แล้ว ต้องรีบเดินเพราะทางเดินที่ทำจากโกงกางเหล่านี้เดินไม่ง่ายนักเวลามืดคำ่ไอ้ที่แย่ก็คือไม่มีราวจับเนี่ยสิ....

" ก้อนหินกับสายนำ้ "


Shenhao 4x5 + 210 mm + Orange filter + TMX + Agfa MG

" Self Portrait "


Woodman 45 + 210mm + Orange filter + Oriental VG + Selenium toned

" Nude in the Lagoon "



Woodman 45 + 210 mm + TMX + Oriental FB with Lith

"นี่รูปมึงเรอะ โอ้โห!!!ไอ้ลุง..... มึงนี่โคตรเชยเลย ยังกับภาพยุค
เรอเนสซ็อง"
: ถนอม ชาภักดี

"สัญชาติญาณของแม่"


Woodman + back 69 + 210 mm + tmax 400+Oreintal VG + Lith Printing

เธอตัดสินใจไม่เอาเด็กไว้เพราะกลัว...กลัวทุกๆอย่าง...แม้แต่แฟนเธอก็ไม่รู้...
ผ่านมา3 ...4...5..6..7..เดือน สัญชาติญาณของความเป็นแม่ช่วยชีวิตเด็กน้อยในท้องไว้ได้ เธอเริ่มสู้ความจริงและเล่าทุกสิ่งทุกอย่างให้แฟน และให้ครอบครัวของเธอฟัง
เดือนที่ 8 ผมขอถ่ายรูปของเธอ....และเธอก็ตกลง.....

"หน้าแล้งที่เขาชนไก่"



Woodman45+150mm+Orange filter+TMX45+Agfa Multicontrast

เมื่อราวปี 2539-40 ปีนั้นทั่วป่าพื้นตะวันตกจรดถึงอินโดนีเซียมีไฟป่าลุกลามไปทั่วไม่พ้นแม้จังหวัดกาญจนบุรี ภาพนี้บันทึกที่เขาชนไก่ ที่ๆฝึกนักศึกษาวิชาทหารที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ที่ๆชาวบ้านเชื่อว่าที่แห่งนี้สมัยที่ขุนช้างขุนแผนมีชีวิต ขุนแผนได้เคยมาชนไก่ที่สนามบนยอดเขาแห่งนี้ จึงเป็นที่มาของชื่อเขาชนไก่ ....ปีนี้(๓๙-๔o)ผมหาสีเชียวไม่เจอเลย ร้อนมาก
............ต้นฉบับใช้กระดาษขนาดใหญ่และลงซีรีเนียมอย่างดี สมัยนี้มีฟิล์มมีกระดาษขาวดำใช้ถือว่าโชคยังเข้าข้าง.........

"The Wood & The Rock"


Bronica etrsi+100 mm+ TMX + Agfa multicontrast rc +Lith print .




Bronica etrsi+100 mm+ TMX + Agfa multicontrast rc +Lith print .

"Sunset Dance"

กำลังเดินชมพระอาทิตย์ตกเพลินๆ ...ก็ดันมีทัวร์เจ๊กมาจอดแล้วอาตี๋ อาม่วย อาม่า อาแปะ ก็ระบำกันใหญ่ บางทีโชคก็มาหาตอนมีกล้องอยู่ในมือเหมือนกันแฮะ ................. "เพราะปกติไม่"



Nikon FE + 50 mm + delta400 + Kentmere RCMG

"ของฝาก ของยาย"

Image Hosted by ImageShack.us

Horseman 45 + 150 mm + TMX 4x5 + Oriental seagull Grossy + Hypoclear + Selenium Toner + Contact print


"โลกหมุนไปเร็วนัก คิดทำดีอย่ารีรอ"

สมัยก่อน ช่วงหยุดยาวหรือเทศกาล ผมมักกลับบ้านที่ต่างจังหวัดและอยู่กับยาย ในทุกๆวันศุกร์ตั้งแต่เช้ามืดที่หมู่บ้านของผมจะมีตลาดนัดของหมู่บ้าน เป็นตลาดนัดเก่าแก่ มีกันมาก่อนที่ผมจะเกิดซะอีก(หลายสิบปีมาก) เป็นที่จับจ่ายซื้อของของคนในหมู่บ้านไปจนถึงหมู่บ้านใกล้เคียง มันจึงคึกคักมากในทุกๆวันศุกร์ ยายผมไม่เคยพลาดแม้แต่ครั้งเดียวไปทุกศุกร์ตั้งแต่ผมยังไม่เกิดจนผมโตพอที่จะจูงมือแกไปตลาดนัดเพราะแกเดินไปโดยลำพังไม่ไหว สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นตลอดมาในทุกๆครั้งที่ไปกับยายคือพ่อค้าแม่ค้าเจ้าประจำและหลายๆเจ้าในตลาดนัดไม่ได้เปลี่ยนเจ้าของเลย พูดง่ายๆคือพ่อค้าแม่ค้าก็แก่ไปพร้อมๆกับยายของผม ซื้อกันตั้งแต่รุ่นสาวจนแก่คราวยายไปพร้อมๆกัน ผมมักจะได้ยินคำสนทนาของยายของผมกับพ่อค้าแม่ค้าหลายๆคนด้วยสำนวนแบบพ่อขุนรามเช่น "เอ้อ...มึงเก่งเนอะยังเดินมาตลาดนัดไหว" ยายผมก็จะตอบไปทำนองเช่น "กูไม่ได้แก่เหมือนมึงนี่จะได้เดินไม่ไหว เอาแต่นั่งอย่างเดียว(แม่ค้านั่งขาย)" จบบทสนทนาด้วยเสียงหัวเราะพร้อมๆกัน โชว์ปากแดงฟันดำด้วยฤทธิ์หมากพลูกันทั้งคู่
ในช่วงขณะซื้อของก็จะพบปะพูดคุยกับเพื่อนรุ่นเดียวกันไปตลอดทาง กว่าจะจบทริปช็อปปิ้งของคุณยายก็เล่นเอาได้เหงื่ออยู่เหมือนกัน ทุกๆศุกร์ไม่เคยเปลี่ยนและอีกกิจกรรมหนึ่งของยายของผมก็คือหลังจากกลับมาจากตลาดนัดทุกๆครั้งแกจะแบ่งของฝากเป็นถุงเล็กๆเท่าๆกับจำนวนเพื่อนของแกที่ไม่ได้ไปตลาดนัดในครั้งนั้นๆ ผมและหลานๆบางคนก็จะทำหน้าที่เป็นพนักงานส่งของที่แกซื้อมาฝากเพื่อนของแกที่ไปตลาดนัดไม่ไหว ที่ผมสังเกตุอย่างหนึ่งคือ ในแต่ล่ะปีที่เวลาผ่านไป จำนวนห่อของฝากนั้นลดน้อยลงไปทุกที ผมคงไม่ต้องบอกนะครับว่าเป็นเพราะอะไร
ดวงตาฝ้าฟางที่ทั้งต้อเนื้อ,ต้อหินและสารพัดต้อเพ่งแบ่งปริมาณใบพลูใส่ถุงอย่างตั้งใจด้วยมือที่แตกแห้งและเต็มไปด้วยริ้วรอยเหี่ยวย่นอันเป็นผลงานของกาลเวลายายผมมักรำพันในบางครั้งหลังจากแกแบ่งของฝากเป็นถุงเล็กๆเสร็จแล้วว่า "เมื่อไรจะถึงคราวกูสักที"
ผมเริ่มถ่ายภาพนี้หลังจากที่ยายของผมวางห่อของฝากห่อนี้ลงบนโต๊ะไม้เก่าๆที่แกนั่งอยู่ เพื่อมอบหมายให้ผมนำของฝากห่อนี้จากตลาดนัดไปฝากยายหริง(ชื่อของเพื่อนคุณยาย)ผมสังเกตเห็นบางอย่างและบางอย่างนั้นมันบอกให้ผมต้องรีบ ผมบอกคนในบริเวณนั้นว่าห้ามขยับหรือเคลื่อนย้ายห่อนี้อย่างเด็ดขาด แล้ววิ่งไปเอากล้องจากในบ้านออกมาเซ็ตอย่างรวดเร็ว ทุกอย่างมันอยู่ถูกที่ถูกเวลาอย่างที่สุด จัดวางอย่างตั้งใจไม่บิดเบือนแบบธงชาติญี่ปุ่นผมจัดการทุกอย่างภายในเวลาอันรวดเร็ว(ด้วยกลัวว่ายายผมจะเอาตะบันหมากมาเขกกระบาลโทษฐานที่ส่งของให้แกช้า)
หลังจากนั้นไม่กี่ปีเพื่อนแกท่านนี้ก็จากไป ผมบรรยายไม่ถูกว่าความรู้สึกโดดเดี่ยวของยายของผมที่เห็นคนร่วมรุ่นคนแล้วคนเล่าที่เติบโตวิ่งเล่นหยอกล้อครั้งเยาว์วัยด้วยกันมาจนแก่ถึงวัยชราด้วยกัน ผ่านทั้งมหาสงครามเอเชียบูรพา(สงครามโลกครั้งที่๒)หนีตายกันมาด้วยกัน ผ่านทั้งการผลัดแผ่นดินเปลี่ยนรัชกาล(ตั้งแต่รัชกาลที่๖)จนถึงวันวัยที่ผู้คนในสังคมต่างลืมเลือนมาด้วยกัน ต่างมาลาจากไปทีล่ะคน..ทีล่ะคน นั้นทรมานและเศร้าใจเพียงใด
ปีนี้ พ.ศ.๒๕๕๑ คุณยายผมไม่สามารถไปตลาดนัดที่แกรักได้อีกด้วยวัยชราภาพอย่างที่สุด ลูกหลานแยกย้ายกันทำมาเลี้ยงชีพและมีครอบครัวของตนเอง แม้แต่ผมที่ลงมาอยู่ภาคใต้ร่วม ๑๐ ปี ผมดูภาพนี้ด้วยความรู้สึกที่เศร้าและอิ่มใจปนเปกันไปในทุกครั้ง